การจัดสวนดูแลต้นไม้และตกแต่งสวนในช่วงหน้าฝน

การแต่งบ้านที่หลายๆคนมองข้าม คือ การใส่ใจกับลายละเอียดเล็กๆน้อยๆกับการตกแต่งบ้าน แค่การปรับเปลี่ยนอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็อาจจะทำให้ภายในบ้านดูดีและน่าอยู่มากขึ้นเคล็ดลับสำหรับการดูแลตกแต่งสวนในช่วงหน้าฝน เมื่อสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ในช่วงหน้าฝนที่มีทั้งน้ำและความชื้นทำให้การเจริญเติบโตของพืชและสิ่งแวดล้อมรอบๆบ้านมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นจึงต้องมีการดูแลและปรับปรุงการจัดสวนเพื่อให้เหมาะสมและให้เข้ากับบรรณกาศในช่วงหน้าฝนนี้ด้วยกันดังนี้
1.การดูแลป้องกันและการกำจัดวัชพืช ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้พืชที่ไม่ต้องการอย่างวัชพืชมีการเจริญเติบโตขึ้นได้ง่ายหากปล่อยไว้จะทำให้วัชพืชเหล่านั้นปกคลุมพื้นที่สวนและปะปนกับต้นไม้ได้ ทำให้ยากต่อการจำกัด ดังนั้นจึงควรคอยดูแลเป็นพิเศษและรีบกำจัดวัชพืชทิ้ง
2.ตรวจสอบพื้นที่และปรับปรุง สำหรับพื้นที่จัดสวนที่มีความสูงต่ำของพื้นที่ไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบและทำการระบายน้ำเพื่อไม่ให้พืชที่อยู่ในบริเวณนั้นต้องตายจากการเน่าเสียของราก ซึ่งสามารถแก้ไขได้จากการปรับพื้นที่ลาดเอียงขึ้นใหม่และสามารถระบายน้ำออกให้ได้อย่างรวดเร็ว
3.การตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขามากจนเกินไป เพราะเมื่อถึงฤดูฝนจะมีทั้งลมและน้ำฝน ทำให้กิ่งของต้นไม้อาจต้านแรงลมและรับน้ำหนักไม่ไหว ซึ่จะเกิดหักโค่นลงมาจนสร้างความเสียหายได้ จึงควรตัดแต่งกิ่งไม่ให้รกจนเกินไปและควรตรวจสอบดินบริเวณโคนไม้ใหญ่เพื่อป้องกันดินทุดตัวและล้มลงมาได้
4.การปรับเปลี่ยนต้นไม้และของแต่งสวนในช่วงหน้าฝน โดยการหาต้นไม้และของตกแต่งสวนที่มีเจริญเติบโตได้ดีเช่น ไม้ดอกชนิดต่างๆ ของตกแต่งสวน ประเภท เห็ดปลอม โอ่งมอสส์ เฟิน ชนิดต่างๆ ในการตกแต่งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
สิ่งสำคัญในการตกแต่งบ้านและสวนที่สำคัญก็คือการตัดแต่งพรรณไม้ในสวนให้ดูสวยงาม มีระเบียบ หรือการตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆเพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสวนให้มากยิ่งขึ้น

เทคนิคการจัดตกแต่งบ้านให้ได้สัดส่วน สวยงามน่าอยู่

การจัดตกแต่งบ้าน จะทำให้บ้านนั้นสวยงามและ ไม่น่าเบื่อ และยังตอบสนองความต้องการ และการใช้ชีวิตของผู้อาศัยอีกด้วย ดังนั้นควรออกแบบวางแผนการจัดบ้าน ตกแต่งบ้านเพื่อให้ได้บ้านที่น่าอยู่ สวยงามเป็นระเบียบมากขึ้น
1.การจัดแต่งโซนบ้านอย่างเป็นสัดส่วน ควรมีการวางแผนผังของบบ้าน ตำแหน่งของห้อง และการใช้ประโยชน์ของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมเช่น ห้องรับแขก ควรอยู่ด้านหน้าสุดของตัวบ้าน เพื่อใช้ต้อนรับแขกที่มาหา ส่วนห้องน้ำ ควรอยู่ใกล้กับห้องรับแขก ให้สามารถเข้าใช้งานได้สะดวก ห้องนอน ควรอยู่บริเวณด้านหลัง เพื่อป้องกันเสียงรบกวนและ ห้องครัว ควรอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน เพื่อป้องกันกลิ่น และควันจากการทำอาหาร ที่สำคัญไม่ควรจะติดกับห้องนอน
2.การจัดตกแต่งผนังห้อง ซึ่งสามารถทาสี หรือ เปลี่ยนวัสดุตามกว้างของพื้นที่ใช้ประโยชน์ เพื่อแบ่งโซนการใช้งานได้ นอกจากนั้นยังสามารถตกแต่งหน้าต่าง ด้วยผ้าม่านเพื่อความสวยงาม กันแสง และเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนผนังตกแต่งด้วยภาพหรือกระจกเงา ส่วนพื้นที่มุมห้องให้ตั้งกระถางดอกไม้ประดับเพื่อความสวยงามและสบายตา
3. ทางเข้าออก โดยการจัดวางแผนผังการเข้าออกบ้าน ให้สะดวกในการเดินทางติดต่อที่สะดวกกับประตูบ้าน และบริเวณอื่นนอกตัวบ้าน
4.พื้นทำกิจกรรมในบ้านควรแต่งพื้นบ้านโดยเน้นให้เข้ากับตัวบ้าน โดยใช้ความต่างของวัสดุ สี ลวดลายสามารถแบ่งโชนสัดส่วนการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ หากพื้นที่มีขนาดเล็กก็ไม่ควรมีลวดลายสีสันต่างกันมาก ควรใช้รูปแบบเดียวกัน หรือโทนสีไปในทางเดียวกัน
5.เพดานฝ้าจะช่วยในการกำหนดขอบเขตของพื้นที่ในบ้านให้เห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นเสมือนเส้นกรอบให้การวางตำแหน่งโคมไฟฟ้าทำได้ง่ายขึ้นด้วย
6.การวางตำแหน่งดวงโคมในพื้นที่ต่างๆจะ ต้องคำนึงถึงแสงสว่างสำหรับการใช้งาน ที่และต้องมีให้พอเพียงต่อการใช้งาน
7.การวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์จะช่วยกำหนดขอบเขตของกิจกรรมนั้นๆได้เป็นอย่างดี
8.มีการตกแต่งบริเวณบ้านให้น่าอยู่ โดยการ จัดตกแต่งสวน บริเวณบ้านจะช่วยให้บ้านดูร่มรื่นสวยงามน่าอยู่ และยังใช้เป็นมุมสงบส่วนตัวได้เป็นอย่างดีอีก โดยการปลูกต้นไม้ไว้รอบๆบ้าน
9.จัดแต่งรั้วและระเบียงบ้าน เพราะจะช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่อีกด้วย
จะเห็นว่าการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่นั้นยังช่วยให้บ้านมีความสวยงาม น่าอยู่และยังส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขอีกด้วย